ค้นหา:
 
ภาษาไทย
    หน้าแรก       สินค้า       เว็บบอร์ด       เกี่ยวกับเรา       บทความ       วิธีการชําระเงิน       ติดต่อเรา  
เข้าสู่ระบบ!!   สมัครสมาชิก     Mobile    PDA     รถเข็น      
สถิติของเวบไซต์

เปิดเวบเมื่อ 21/03/2550
ปรับปรุงเวบเมื่อ 12/04/2554
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 103

หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (103)
พระบูชาท่านพ่อจตุคามรามเทพ
พระผงสุริยัน-จันทรา ดวงตราสองแผ่นดิน ปี46
พระรูปเหมือนกริ่งชัยวัฒน์ราชันดำสองแผ่ยดิน ปี46
พระผงอุดมทรัพย์ ปี46
พระปรกใบมะขามราชันดำ ปี46
พระปรกคนสองโลก ปี46
เหรียญปิดตาศรีมหาราชพังพะกาฬ ปี47
พระผงปิดตาศรีมหาราชพังพะกาฬพิมพ์ใหญ่ ปี47
พระผงปิดตาศรีมหาราชพังพะกาฬพิมพ์เล็ก ปี47
เหรียญเทวฤทธิ์ บาตรน้ำมนต์ ปี47
เหรียญเทวฤทธิ์ ผ่าตะวัน ปี47
เหรียญเทวฤทธิ์
พระผงสุริยัน-จันทรา ดวงตราเทวฤทธิ์ ปี47
พระผงสุริยัน-จันทรา ดวงตราเทวฤทธิ์พิมพ์หน้ากากปี47
หน้ากากเทวฤทธิ์ ปี47
พระปิดตาพังพะกาฬลอยองค์ ปี47
ปรกสุริยัน-จันทรา ปี47
เหรียญทวิภพ สองแผ่นดิน ปี 48
พิมพ์เศรษฐ์ ปี48
เหรียญนาคปรกจตุคาม สะท้านฟ้าโภคทรัพย์ ปี48
พระกิ่งชัยวัฒน์สะท้านฟ้าโภคทรัพย์ ปี48
ล็อกเก็ต ปี48
เหรียญหลักชัย ปี49
เหรียญมหาปราบ ปี49
เหรียญเหนือดวง ปี 49
คันฉ่องผ่าตะวันเหนือดวงยกฐานะ ปี50
ผ่าตะวันเหนือดวงมหาปราบ ปี50
กำไล

จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ


ให้เช่า-รับซื้อ  จตุคามรามเทพ พังพะกาฬ พระเครื่อง ของขลัง พระบูชา รุ่นแรก ไหว้ครูปี 47 วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดอยุธยา
คุณ เอ 69/12 ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210 โทรศัพท์:  มือถือ: 081-8367926
 

ข่าวสารของร้านค้า
วัดพุทไธศวรรย์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางทิศใต้ของพระมหาราชวังโบราณสถาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ( ประมาณ ๒ กิโลเมตร ) สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ ( พระเจ้าอู่ทอง ) ได้โปรดสถาปนาสร้างไว้บริเวณท้องพระโรงตรงตำหนักเดิมของพระเจ้าอู่ทอง มีอาณาเขตเนื้อที่ ๔๖ ไร่ ๒ งาน ๔๖ ตารางวา เดิมวัดพุทไธศวรรย์มีเนื้อที่มากกว่านี้ แต่กรมศาสนาได้มาจัดทำแบ่งแยกไปขึ้นอยู่เป็นสมบัติของศาสนสมบัติส่วนกลางเมื่อสมัยเจ้าอธิการคง เป็นเจ้าอาวาส ตามพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้หมอดีนส่งไปลงพิมพ์ในหนังสือไจนีสเรโปลิตอรี ที่เมืองกึงตั๋ง เมื่อปีกุน จุลศักราช ๑๒๑๓ หรือตรงกับปี พ.ศ.๒๓๙๔ จัยความกล่าวไว้ว่า

“พระเจ้าอู่ทองที่ ๔ นี้ เป็นราชบุตรของพระเจ้าอู่ทององค์ที่ ๓ ได้รับพระราชสมบัติสืบพระวงศ์ทางพระมเหสี ครองราชสมบัติอยู่ ๖ ปี …บังเกิดโรคห่าขึ้นในพระนคร สมเด็จพระเจ้าอู่ทองจึงได้ย้ายมาตั้งราชธานีใหม่ที่ ศรีอยุธยา แรกพระเจ้าอุ่ทองยกมาตั้งเมืองเล็ก ๆ อยู่ที่เวียงเหล็ก ที่วัดพุทไธศวรรย์ปัจจุบันนี้ก่อน เมื่อปีกุน จุลศักราช ๗๐๙ หรือตรงกับปี พ.ศ.๑๘๙๐ อยู่ที่พระตำหนักเวียง ๓ ปี”

เมื่อถึงเวลาสมควรจะประกาศเป็นอิสรภาพเปิดเผยได้แล้ว จึงสร้างพระนครศรีอยุธยา และทำพิธีราชาภิเษกโดยประกาศเป็นอิสรภาพ ( ผู้เขียนใคร่ขอเพิ่มเติมเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจยิ่งขึ้น กล่าวคือเมื่อพระเจ้าอู่ทอง ได้ประกาศอิสรภาพแล้วจึงได้ข้ามแม่น้ำมาสร้างพระนครศรีอยุธยา ที่ตำบลหนองโสน ปัจจุบันนี้เรียกว่า บึงพระราม ) เมื่อศุภพัสดุศักราช )๗๑๒ ปีขาลโทศก ( พ.ศ. ๑๘๙๓ ) วันศุกร์ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๕ เพลาสามนาฬิกาเก้าบาท สถาปนากรุงเทพพระนครศรีอยุธยา มีพ่อพราหมณ์ให้ฤกษ์ตั้งพิธีกลบาตร์ ได้สังข์ทักขิณาวัฎ ใต้ต้นหมันใบหนึ่งแล้วสร้างพระที่นั่งไพฑูรย์มหาปราสาทองค์หนึ่ง สร้างพระที่นั่งไอศวรรย์มหาปราสาทองค์หนึ่ง แล้วพระเจ้าอู่ทองเสด็จเข้ามาเสวยราชสมบัติพระชนม์ได้ ๓๗ พระพรรษา ชีพ่อพราหมณ์ถวายพระนามว่า สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสุนทรบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว กรุงเทพมหานครบวรทวาราวดีศรีอยุธยามหาดิลกภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ เหมือนด้วยนามสมเด็จพระรามนารายณ์อวตาร อันผ่านกรุงศรีอยุธยา แต่กาลก่อนนั้น แล้วโปรดให้ขุนหลวงพะงั่วซึ่งเป็นพระมเหสี แล้วตรัสเรียกพระเชษฐานั้น เป็นสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าไปครองราชสมบัติเมืองสุพรรณบุรี จึงได้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระราเมศวรขึ้นไปครองราชสมบัติในเมืองลพบุรี

ศักราชได้ ๗๑๕ ปีมะเส็ง เบญจศก ( พ.ศ. ๑๘๙๖ ) วันพฤหัสบดี เดือน ๔ ขึ้น ๑ ค่ำ เพลาเช้า สองนาฬิกา ห้าบาท ทรงพระกรุณาตรัสว่า ที่พระตำหนักเวียงเหล็กนั้น ให้สถาปนาพระวิหาร และพระมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวง แล้วให้นามชื่อ “ วัดพุทไธศวรรย์ “

นับเป็นวัดเดียวที่ยังดำรงความเป็นวัด มีพระสงฆ์จำพรรษามาโดยตลอด อีกทั้งปูชะนียวัตถุสถานเสนาสนะ และสิ่งก่อสร้างทั้งหลายทั้งปวงยังอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่กลายเป็นสภาพปรักหักพังแลเห็นแต่เศษอิฐ กรวด ปูน หรือแปรสภาพเป็นวัดร้าง ที่สืบเนื่องมาจากธรรมชาติและเงื้อมมือของกองทัพพม่าที่ได้ทุบทำลายเผาผลาญเกือบจะทุกวัดในเกาะเมืองเมื่อคราวยกทัพมารบพุ่งชิงชัย เมื่อสมัยกระโน้น จนเป็นเหตุให้ย้ายราชธานีไปแห่งใหม่ เพราะเหตุใด วัดพุทไธศวรรย์ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ไม่กลายเป็นเศษอิฐ กรวด ทราย เหมือนหลาย ๆ แห่ง ทรงความสำคัญอยู่คู่พระพุทธศาสนา เป็นศรีแก่บ้านเมือง

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานีนั้น วัดพุทไธศวรรย์ ได้รับพระราชทานอุปถัมภ์จากพระมหากษัตริย์ หลายพระองค์ โดยเฉพาะสมัยพระนารายณ์มหาราช วัดพุทไธศวรรย์รุ่งเรืองมาก เนื่องจากเจ้าอาวาสเป็นพระอาจารย์แห่งพระเป็นเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเจ้าอาวาสท่านนั้นก็คือ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ผู้เป็นประมุขของสงฆ์ฝ่ายคามวาสี ( ประมุขของสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสี ก็คือ สมเด็จพระวันรัต วัดป่าแก้ว ) ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า ตำหนักของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ได้รับการบูรณะอยู่มาจนทุกวันนี้ เมื่อล่วงเข้ามาในสมัยรัตนโกสินทร์ มีหลักฐานปรากฎว่า รัชกาลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จมายังวัดพุทไธศวรรย์ ทั้งในงานพระราชทานกฐินประจำกาล และในโอกาสอื่น หลักฐานดังกล่าวนั้นผู้เขียนใคร่ขออัญเชิญพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมีไปถึงเจ้าจอมมารดาผึ้ง ( เต่า ) ยังกรุงเทพ ฯ ( ขณะนั้นรัชกาลที่ ๔ ท่านเสด็จประพาสอยุธยา และได้ประทับแรม ณ พลับพลา ซึ่งกรมการจัดสร้างถวาย บริเวณป้อมเพชร ) เพื่อมาอ้างอิง ความว่า “ วันนี้แห่พยุหยาตรารอบเมือง ทอดกฐิน ๔ วัด อันมี วัดพุทไธศวรรย์ หนึ่ง วัดกษัตราราม หนึ่ง วัดศาลาปูน หนึ่ง วัดหน้าพระเมรุ หนึ่ง “ จากหลักฐานที่ คุณเกษม พรอุตสาห์ ได้ค้นคว้ามา กับส่วนหนึ่งที่ทางวัดพุทไธศวรรย์ให้มาและผู้เขียนได้อัญเชิญมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นเครื่องชี้ให้ท่านผู้อ่านได้เห็นถึงความเก่าแก่และความสำคัญของวัดพุทไธศวรรย์แห่งนี้

เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาที่วัดพุทไธศวรรย์ เป็นการส่วนพระองค์พร้อมด้วยข้าราชบริพารจำนวนหนึ่ง เสด็จพระราชดำเนินถึงวัดเวลา ๑๘.๔๕ นาฬิกา ได้เสด็จทอดพระเนตรตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ และพระอุโบสถ ประทับจนถึงเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรองค์พระปรางค์ ทรงสอบถามเกี่ยวกับการทำนุบำรุงเสนาสนะและสิ่งก่อสร้างอันสำคัญ ๆ กับพระครูภัทรกิจโสภณ ( หลวงพ่อหวล ) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน พร้อมนี้หลวงพ่อท่านได้ถวายพระเครื่องอู่ทองจำนวน ๒,๒๐๐ องค์ เพื่อพระองค์จักได้จัดแจกจ่ายแก่ตำรวจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามชายแดน ในวโรกาสต่อไป เสร็จแล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ ในหลายๆวาระโอกาส ศิษย์วัดพุทไธศวรรย์ต่างปลื่มปิติที่ได้รับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ ไม่ว่าเป็นไปตามราชประเพณีในวาระโอกาสสำคัญ หรือเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ อีกทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อีกหลายต่อหลายท่าน

จากประวัติย่อ ๆ ของวัดพุทไธศวรรย์ แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่และความสำคัญของวัดแล้ว ท่านผู้อ่านคงพอจะทราบว่าสิ่งที่ต้องบูรณะซ่อมแซมและการก่อสร้างที่จำเป็นอีกหลายอย่างนั้น เป็นเรื่องที่จำเป็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างกรมศิลปากรดำเนินการ และส่วนที่เหลือเป็นภาระของเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันนั่นเอง ในส่วนที่เกี่ยวกับเจ้าอาวาส คุณเกษม ฯ เขียนไว้ว่า “ ในส่วนที่เกี่ยวกับเจ้าอาวาส จาการสอบถามคนเฒ่าคนแก่คงได้ความแต่เพียงในชั้นหรือสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เท่านั้น และเป็นการบอกกล่าวเล่าต่อกันมาแบบปากต่อปาก ไม่ได้มีการจดจารเอาไว้เป็นเอกสารแต่อย่างใดเลย อีกทั้งชื่อเสียงเรียงนามและการลำดับการดำรงตำแหน่งนั้นเล่าก็สาวขึ้นไปได้เพียงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “

อย่างไรก็ตามข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้แสดงให้เห็นตามข้างต้น บอกให้เราได้รู้ว่าวัดพุทไธศวรรย์เก่าแก่มากถึงปัจจุบันก็เกือบ ๗๐๐ ปี สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ก็มีอันต้องซ่อมแซมให้คงอยู่บางอย่างก็ต้องสร้างใหม่ และสิ่งจำเป็นในการดังกล่าวก็คือปัจจัย ทางเลือกมีอยู่ ๒ ทางคือ ปล่อยให้พังทลายไปตามกาลเวลา หรือต้องหาวิธีเพื่อให้ดำรงอยู่ต่อไป เป็นที่น่าเสียดาย ที่ประวัติของวัดพุทไธศวรรย์กับผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสนั้น เนื่องจากมิได้มีการบันทึกเอาไว้ ทำให้ขาดความต่อเนื่อง และใคร่ขอเรียนเสนอผู้ดำรงตำแหน่ง เจัาอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ต. สำเภาล่ม อ. เมืองพระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเท่าที่มีผู้ค้นหารวบรวมมาได้มีหลายท่านดังนี้

1. พระอธิการฟัก
2. พระอุปัชฌาย์วัตร
3. พระอาจารย์อินทร์
4. พระสมุห์วร
5. พระครูเทศธรรมวินัย ( ชม พรัห์มโชติ )
6. พระอาจารย์สนธิ์
7. พระอธิการคง
8. พระครูสาธุกิจโกศล ( ยอด มนิสสะโร )
9. พระครูภัทรกิจโสภณ ( หวล ภูริภัทโท ) หลวงปู่หวล

ตามรายชื่อเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์นั้น บางรูปท่านมีวิชาคาถาเป็นที่เลื่องลือ เช่น พระอธิการฟัก ท่านโด่งดังเรื่องตะกรุดโทน ( ที่ทำด้วยไม้รวก ) และด้านการลงนะหน้าทอง หลวงพ่อชมโด่งดังเคียงบ่าเคียงไหล่กับหลวงพ่อกลั่น ธัมมโชติ วัดพระญาติการาม และหลวงพ่อหวล ท่านมีวิชาอาคมเรียกเหล็กไหล ท่านเชิญเหล็กไหลมาเพื่อสรางเป็นวัตถุมงคล ตอบแทนแก่ท่านผู้ร่วมทำบุญ ปัจจัยที่ท่านได้มาทั้งสิ้น ท่านใช้ในการทำนุบำรุงบูรณะซ่อมแซมและก่อสร้างสิ่งที่จำเป็นภายในวัดพุทไธศวรรย์ด้วยความมุ่งมั่นของหลวงพ่อหวลที่ได้พัฒนาวัดพุทไธศวรรย์ตั้งแต่อายุยังน้อย ท่านพัฒนาเรื่อยมาจนถึงบัดนี้รวมเวลาหลายสิบปี ด้วยความตั้งใจและด้วยความอุตสาหะเป็นเลิศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงมอบธาตุกายสิทธิ์ให้แก่หลวงพ่อ เพื่อมอบให้แก่ผู้มีวาสนาซึ่งได้บริจาคปัจจัย บูรณะซ่อมแซมและสร้างเสนาสนะที่จำเป็นของวัดพุทไธศวรรย์ต่อไป






   
บทความ
สินค้า/บริการ แนะนํา

ฉลองพระอารามหลวง 9 นิ้ว รมดำ
พระพิฆเณศร์รมดำ 5 นิ้ว
เหรียญเทวฤทธิ์เนื้อเงิน  ( ขนาด 3.2 ซ.ม. )
เหรียญพระปิดตาศรีมหาราชพังพะกาฬเนื้อนวโลหะ 3.2 ซ.ม.
เหรียญเหนือดวงเนื้อตะกั่ว
เหรียญมหาปราบเนื้อทองแดง
เหรียญมหาปราบเนื้อตะกั่ว
คันฉ่องเนื้อนวใหญ่ , เล็ก
ปิดตาพังพระกาฬเนื้อผงปิดทองในพิมพ์
ปิดตาพังพระกาฬเนื้อผง
คันฉ่องเนื้อทองแดงใหญ่ , เล็ก
พระผงสุริยัน-จันทรา ดวงตราเทวฤทธิ์ เนื้อดำฝักคูณ
ผ่าตะวันเหนือดวงมหาปราบทรงกรด
ผ่าตะวันเหนือดวงมหาปราบเนื้อแดง
ผ่าตะวันเหนือดวงมหาปราบเนื้อเหลือง
คันฉ่องเนื้อสำริดใหญ่ ,เล็ก
กำไล ผ่าตะวัน เหนือดวง ปี50 คู่  ใหญ่  , เล็ก


หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
(c) 2001- . TARAD.com . All Rights Reserved.